Pattaya One News
Home » คืบหน้า คดี ผอ.อ้อย ตั้ง 8 ข้อหา “ผู้กองเหน่ง” ศาลให้ประกันตัว 6 แสน
ข่าวท้องถิ่น

คืบหน้า คดี ผอ.อ้อย ตั้ง 8 ข้อหา “ผู้กองเหน่ง” ศาลให้ประกันตัว 6 แสน

ตั้ง 8 ข้อหาผู้กองเหน่ง พ่อแม่ ผอ.อ้อย คัดค้านการประกันตัว ญาติพี่น้องถือป้ายเต็มหน้า สภ.กันทรลักษ์ ตะโกนลั่น เอา ผอ.อ้อยคืนมา ขณะที่ผู้กองเหน่ง ต้องวิ่งแจ้นไปขึ้นรถกระบะที่พรรคพวกมาจอดรอเพื่อนำตัวไปฝากขัง ที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้า สภ.กันทรลักษ์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายบุญเลิศ อายุ 62 ปี และ นางแหลม อายุ 60 ปี นายวิทยา อายุ 37 ปี พ่อแม่และสามี พร้อมด้วย นายบัวกัน ผญบ.บ้านโนนเจริญ และญาติพี่น้องกว่า 30 คน จากบ้านซำเบ็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ของ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานกว่า 3 เดือน

โดยมี ร.อ.ศุภชัย หรือ ผู้กองเหน่ง นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานีเป็นผู้ต้องหาสำคัญของคดีนี้ ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวเพิ่มเติม อีก 4 ข้อหา จากเดิมที่มีอยู่ 4 ข้อหา โดยจะต้องนำตัว ร.อ.ศุภชัย ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์

ซึ่ง ร.อ.ศุภชัย ได้แอบเข้าทางด้านประตูด้านหลัง สภ.กันทรลักษ์ เพื่อขึ้นไปที่ห้องประชุมชั้น 3 ไปพบกับ พ.ต.อ.ชัย ไชยพันธ์นา และ พ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ ศรีไชย ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานงานสอบสวน ภ.จว.ศรีสะเกษ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.สุระเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ให้เป็นพนักงานสอบสวนคดีนี้ เนื่องจากว่า มีญาติพี่น้องและสื่อมวลชนจำนวนมากมาดักรออยู่บริเวณทางขึ้น สภ.กันทรลักษ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.อ.ศุภชัย ได้ขึ้นไปพบกับพนักงานสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยพนักงานได้แจ้งข้อหาแก่ ร.อ.ศุภชัย รวมทั้งสิ้น 8 ข้อหาคือ ฐานร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ฐานร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น

ฐานนำไปเสียหรือยึดไว้ซึ่งบัตรประชาชนของผู้อื่นเพื่อประโยชน์สำหรับตนเอง ฐานร่วมกันทำเอกสารปลอมทั้งฉบับ ฐานร่วมกันใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร ฐานร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ ฐานร่วมกันลักทรัพย์เงินสด จำนวน 11,774 บาท และ 1,620 บาท ของ น.ส.จุฑาภรณ์ (ต่างกรรม) ฐานร่วมกันใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์หรือรับของโจร

จากนั้นได้นำตัวผู้กองเหน่งลงมาจากชั้น 3 ของ สภ.กันทรลักษ์ เพื่อที่จะไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ ปรากฏว่า บรรดาญาติพี่น้องจำนวนมากของ ผอ.อ้อย ที่ดักรออยู่ได้พากันลุกวิ่งฮือเข้าไปหาผู้กองเหน่งที่มีเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.กันทรลักษ์ คอยรักษาความสงบอยู่นับสิบนาย ทำให้ผู้กองเหน่งซึ่งอยู่ในเครื่องแบบเต็มยศต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถกระบะ 2 ตอน สีบรอนซ์เงินที่พรรคพวกจอดรออยู่ เเล้วขับออกไปที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ อย่างรวดเร็ว เพื่อฝากขังตามกฏหมาย

โดยมีบรรดาญาติพี่น้องของ ผอ.อ้อย พากันวิ่งตามรถไปแต่ไม่ทัน ซึ่งญาติพี่น้องของ ผอ.อ้อยได้ตามไปที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ ตร.ดูแลความเรียบร้อยอย่างเต็มที่

แม่ของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ตนกับสามีและลูกเขย ได้ยื่นเรื่องต่อศาลจังหวัดกันทรลักษ์ เพื่อขอคัดค้านการประกันตัว ร.อ.ศุภชัย เนื่องจากเกรงว่า ผู้กองเหน่งซึ่งเป็นนายทหารมีความรู้ด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างดีจะมายุ่งเกี่ยวกับคดีนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้มีอำนาจ

ตนขอความเป็นธรรมถึงผู้ใหญ่ทุกท่านขอความเป็นธรรมในคดีนี้ด้วย เนื่องจากว่า ขณะนี้ตนใช้เงินตามหา ผอ. อ้อยแทบสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว หมดสิ้นเงินไปแล้วร่วม 1 ล้านบาท ตนอยากให้ผู้ที่ทำร้ายลูกของตนออกมาบอกด้วยว่า เอา ผอ.อ้อยไปไว้ที่ไหน ส่วนเงินรางวัลในการตามหาตัว ผอ.อ้อย 1 ล้านบาท ยังคงตั้งไว้เช่นเดิม แต่ว่าไม่มีเบาะแสแจ้งเข้ามาแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต่อมาศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ได้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัว ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่งได้ ด้วยหลักทรัพย์จำนวน 600,000 บาทและตำแหน่งราชการของพ่อของผู้เกองเหน่ง เนื่องจากเห็นว่า ผู้กองเหน่งมีอาชีพเป็นข้าราชการทหาร มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งหลังจากศาลอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว ได้รีบแอบลงจากศาลขึ้นไปขึ้นรถหลบหนีญาติของ ผอ.อ้อยไปอย่างรวดเร็ว  Source: Sanook News

error: If you would like to use this content, please contact us [email protected]