Pattaya One News
Home » ขนหัวลุกซู่!! เจ้าของบ้านเปิดใจ สาเหตุที่ต้องใช้เศียรพระตกแต่งรั้ว?
PattayaOne New th ข่าวท้องถิ่น

ขนหัวลุกซู่!! เจ้าของบ้านเปิดใจ สาเหตุที่ต้องใช้เศียรพระตกแต่งรั้ว?

ขนหัวลุกซู่!! เจ้าของบ้านเปิดใจ สาเหตุที่ต้องใช้เศียรพระตกแต่งรั้ว?

จากกรณีที่ชาวต่างชาติมีภรรยาเป็นคนไทย แล้วได้ใช้เศียรพระพุทธรูปแต่งรั้วบ้าน ทำให้ชาวบ้านร้องเรียนเนื่องจากสำหรับชาวพุทธแล้วถือว่าเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความหดหู่ใจ สะเทือนใจเป็นอย่างมาก และมองว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม โดยฝ่ายปกครองได้เข้าตรวจสอบและสั่งรื้อภายใน 2 อาทิตย์นั้น

ความคืบหน้าล่าสุด หลังผู้สื่อข่าวได้เข้าสำรวจบ้านหลังดังกล่าวอีกครั้ง พบว่าเจ้าของบ้านได้เริ่มนำเศียรพระพุทธรูปออกแล้วบางส่วน โดยนางนวลจันทร์ สอนจันทึก อายุ 34 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ตนเองและสามีชาวอเมริกันวัย 68 ปี เสียใจที่ถูกชาวบ้านและชาวเน็ตรุมด่า ขอชี้แจงว่าตนเองกับสามีชื่นชอบในพุทธศิลป์อยู่แล้ว จึงอยากจะตกแต่งบ้านตามความชอบ ซื้อเศียรพระพุทธรูปจากแหล่งผลิตแห่งหนึ่งใน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เป็นเศียรพระพุทธรูปปูนที่ถูกทิ้งไปแล้ว เหมามาในราคาประมาณ 35,000 บาท ให้ช่างทาสีทองสวยงามก่อนจะนำไปประดับไว้ที่รั้วบ้าน เพิ่งทราบว่ามีเพื่อนบ้านถ่ายภาพเอาไปเผยแพร่จนถูกร้องเรียน ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาลบหลู่หรือดูหมิ่นศาสนาพุทธ เพราะตนเองก็นับถือศาสนาพุทธ เคารพศรัทธาในพุทธศาสนา เพียงแต่มองว่าพระพุทธรูปอยู่ที่ไหนก็งดงามควรค่าแก่การเคารพ และไม่รู้ว่าภาคเหนือจะมองว่าเรื่องแบบนี้ไม่เหมาะสม มารู้ก็ตอนที่เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจที่บ้าน ตนเองและสามีตกใจมาก ทั้งนี้ตนเข้าวัดมาตั้งแต่เด็ก ส่วนสามี แม้จะเป็นชาวต่างชาติ แต่ก็เข้าวัดบ่อย สิ่งที่เกิดขึ้นก็อยากขอโทษทุกคน นางนวลจันทร์ บอกอีกว่า อีกสาเหตุหนึ่งที่นำเศียรพระพุทธรูปมาประดับรั้วโดยหันหน้าเศียรพระเข้ามาในตัวบ้าน ก็เพราะว่าบ้านของตนเองตั้งอยู่ด้านหลังสุสานประจำหมู่บ้าน เชื่อว่าเศียรพระที่หันหน้าเข้าตัวบ้านจะช่วยปกปักรักษาคนในบ้านให้ปลอดภัยไร้สิ่งรบกวน สำหรับเศียรพระที่ซื้อมามีทั้งหมดประมาณ 70 ชิ้น ทาสีและนำขึ้นตกแต่งบนรั้วแล้ว 33 ชิ้น ส่วนที่เหลือรอช่างมาทาสีและตั้งใจนำไปประดับตกแต่งทั่วบริเวณบ้าน แต่เมื่อถูกทักท้วงก็ยินดีร่วมมือ โดยจะนำลงจากรั้วทั้งหมด และจะนำไปตกแต่งภายในบริเวณบ้านที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว ส่วนใครที่อยากได้จะขายให้ในราคาต้นทุนด้านนายอุบลพันธ์ ขันผนึก ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวยังไม่เข้าข่ายการดูหมิ่นหรือย่ำยีพุทธศาสนา แต่เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เมื่อเจ้าของให้ความร่วมมือก็ต้องขอบคุณ แต่หากยังพบว่ามีการกระทำที่ยังไม่เหมาะสม ก็จะต้องให้ฝ่ายปกครองท้องที่ใช้กฎหมายที่ถืออยู่เข้าดำเนินการ หลังจากนี้ จะประสานงานไปยังวัดทุกแห่ง ให้ช่วยกันสอดส่อง และประชาสัมพันธ์เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก Source: T-News

 

%d bloggers like this: