Pattaya One News
Home » ไร้สำนึกสิ้นดี..!! หนุ่มช่างไฟฟ้า สุดช้ำ หลังรถจยย.ชนกัน จนเจ็บสาหัส ผ่านมากว่า 6 เดือน คู่กรณีเฉยไม่เห็นแม้แต่เงา ส่วนตร.ก็นิ่งคดีไม่คืบ!?
PattayaOne New th ข่าวในประเทศ

ไร้สำนึกสิ้นดี..!! หนุ่มช่างไฟฟ้า สุดช้ำ หลังรถจยย.ชนกัน จนเจ็บสาหัส ผ่านมากว่า 6 เดือน คู่กรณีเฉยไม่เห็นแม้แต่เงา ส่วนตร.ก็นิ่งคดีไม่คืบ!?

ไร้สำนึกสิ้นดี..!! หนุ่มช่างไฟฟ้า สุดช้ำ หลังรถจยย.ชนกัน จนเจ็บสาหัส ผ่านมากว่า 6 เดือน คู่กรณีเฉยไม่เห็นแม้แต่เงา ส่วนตร.ก็นิ่งคดีไม่คืบ!?

วันนี้ 21 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายแสน นิมิตรัมย์ ชาวบ้าน ต.สำโรง อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ว่ากำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะไม่เงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปพบแพทย์ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ

นายแสน เล่าว่า ตนมีอาชีพเป็นช่างไฟฟ้า อยู่คนเดียวไม่มีครอบครัว เมื่อช่วงเข้าพรรษาปี 2560 ที่ผ่านมาไปรับงานที่เขตอำเภอขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ระหว่างขับรถจักรยานยนต์ออกไปทำงาน ได้มีรถจักรยนต์อีกคัน พุ่งมาชนด้านข้างอย่างจังจนตัวเองสลบไป มารู้สึกตัวอีกทีตอนมานอนอยู่โรงพยาบาล

ในสภาพบาดเจ็บตามร่างกายหลายแห่ง โดยเฉพาะขาซ้ายหมอระบุกระดูกแตกเป็นเสี่ยงๆ จะต้องดามเหล็กและโครงสร้างยึดด้านนอกเพื่อรอให้กระดูกติดกัน แต่ต้องใช้เวลา และไม่มั่นใจว่าจะกลับคืนมาเป็นปกติได้อีกหรือไม่

หลังเกิดเหตุในช่วงแรกจะมีพี่สาวมาเป็นคนเดินเรื่องด้านคดีความ โดยฝั่งคู่กรณีซึ่งคาดว่าอายุไม่ถึง 20 ปี และไม่ทราบว่ามีใบอนุญาตขับขี่หรือไม่ ส่วนตนเองอุปกรณ์ส่วนควบและใบอนุญาตขับขี่มีครบ ตำรวจระบุฝั่งคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด จากนั้นโรงพยาบาลขุขันธ์ ให้ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์

ต่อมามีการเจรจาตกลงจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้เป็นเงิน 50,000 บาท ตนเองก็ยอม เพราะถือว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่กลับไม่มีการจ่ายเงินสินไหมตามสัญญา และมีการพลัดวันไปเรื่อยๆ มาจนถึงตอนนี้ฝ่ายคู่กรณีผิดนัดการจ่ายสินไหม 4 ครั้งแล้ว และล่าสุดได้เลื่อนไปเป็นวันที่ 2 เมษายน ที่จะถึงนี้ แต่ตนไม่มีความมั่นใจ โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี

โดยตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุมาจนถึงตอนนี้ ล่วงเลยเวลาแล้วกว่า 6 เดือน ยังไม่เห็นคู่กรณีมาเยี่ยม หรือเยียวยาแต่อย่างใด ส่วนตำรวจ สภ.ขุขันธ์ เจ้าของคดีก็ยังไม่มีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่ตนเองบาดเจ็บสาหัส

ตอนนี้ตนเองได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่มีเงินแม้ค่ารถเดินทางไปพบแพทย์ โดยเฉพาะหลังจากนี้แพทย์โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ให้ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศิริราช จ.นครราชสีมา เพราะเครื่องมือแพทย์ไม่พร้อม ซึ่งจะต้องมีเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไกลออกไปอีก

จึงอยากจะวิ่งวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งติดตามคดีที่ค้างคามานานให้จบโดยเร็ว เพราะอยากจะได้เงินมาเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างการรักษา หรือหากมีผู้ใจบุญจะให้ยืมเงินมารักษาก่อน เมื่อหายเป็นปกติ ก็จะทำงานมาใช้หนี้สินให้ทั้งหมด

ภาพ/ข่าว วาทิตย์ แสนธุปี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์

%d bloggers like this: