Pattaya One News
Home » แค่พิธีกรค่ะ “กาละแมร์” ยืนยันไม่มีเอี่ยว “เมจิกสกิน” หลังโผล่ฉลองยอดขาย
PattayaOne New th ข่าวในประเทศ

แค่พิธีกรค่ะ “กาละแมร์” ยืนยันไม่มีเอี่ยว “เมจิกสกิน” หลังโผล่ฉลองยอดขาย

แค่พิธีกรค่ะ “กาละแมร์” ยืนยันไม่มีเอี่ยว “เมจิกสกิน” หลังโผล่ฉลองยอดขาย

ถูกจับโยงร่วมวงดราม่ากับเขาด้วยเหมือนกัน สำหรับสาวมั่นมากความสามารถ กาละแมร์ พัชรศรีเบญจมาศ” หลังมีชาวเน็ตขุดภาพขณะที่เจ้าตัวขึ้นเวทีทำหน้าที่พิธีกรในงานฉลองยอดขายของสินค้าในเครือ “เมจิกสกิน” ที่กำลังเป็นกระแสดราม่าระดับประเทศอยู่ในขณะนี้

ล่าสุด ขณะที่ กาละแมร์ พัชรศรี เดินทางมาร่วมงาน “Fantastic Sherwood Corporation” เจ้าตัวได้ออกมาชี้แจงถึงกระแสวิจารณ์ดังกล่าว โดยยอมรับว่าในวันนั้นตนได้ไปทำหน้าที่พิธีกรจริง แต่ก็เป็นเพียงการเชิญแขกตามสคริปต์เท่านั้น และไม่ได้มีการรีวิวสินค้าดังกล่าว รวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นกับแบรนด์ในเครือ เมจิกสกิน ก่อนออกปากเคลียร์เรื่องการรับงานรีวิวของตนเองว่า ถ้าไม่ใช้จริง ทานจริง หรือชอบจริงจะไม่รับรีวิวเด็ดขาด เนื่องจากว่าไม่อยากผิดศีลหรือทำให้ส่งผลเสียถึงตัวเอง

ดราม่า เมจิกสกิน ตอนนี้มีชื่อเราไปเอี่ยวด้วย ?

“ดิฉันไม่ได้รีวิวค่ะ ดิฉันเป็นแค่พิธีกร ซึ่งก็เหมือนพิธีกรรับจ้างทั่วไปที่ได้รับการติดต่อให้ไปทำหน้าที่ในงานเฉลิมฉลองยอดขาย เราก็ไปทำงานของเราปกติ แถมวันนั้นไปกับน้าเน็กด้วย แต่ไม่เห็นมีใครพูดถึงนางเลย (หัวเราะ) ซึ่งลักษณะงานในวันนั้นมันก็เป็นเหมือนกับการจัดเลี้ยงทั่วไป และตัวเราเองก็ไม่ได้จะต้องจับต้องสินค้า หรือว่าพูดอะไรเกี่ยวกับสินค้ามากมาย แค่พูดถึงการเฉลิมฉลองภาวในงาน ยอดขายต่างๆ ว่าอะไรยังไงเฉยๆ คือเป็นการทำหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการธรรมดาค่ะ”

เราได้มีการพูดถึงสรรพคุณเกี่ยวกับสินค้าบ้างหรือเปล่า ?

“พวกสรรพคุณต่างๆ พวกเจ้าของแบรนด์เขาก็จะพูดของเขาอยู่แล้วค่ะ เพราะเราไม่ได้จะต้องไปการันตีอะไรให้เขาไง อีกอย่างในงานมันก็ไม่ได้มีแบบพูดถึงว่าแบรนด์เขาดียังไง เนื่องจากมันเป็นงานฉลองยอด ทำยอดได้เท่าไหร่ และก็แจกโบนัสมากกว่า”

>>>ผลตรวจอาหารเสริม “เมจิกสกิน” แค่นมผงแต่งกลิ่น ต้นทุน 29 บาท

แสดงว่าเราก็ไม่ได้มีการเชียร์แบรนด์เขาในงานวันนั้น ?

“ไม่รู้ ไม่ๆๆๆ ที่ไปวันนั้นมันไม่ใช่การกินด้วยนะ มันเป็นงานเกี่ยวกับทา”

ตกใจไหมที่วันนี้แบรนด์ที่เราเคยไปทำหน้าที่พิธีกรให้ถูกจับแล้ว ?

“ตกใจสิ (หัวเราะ) ตกใจ เอาตรงๆ ขนาดในงานวันนั้นเรายังอู้หูกันอยู่เลยว่าแบบ เราไปอยู่ที่ไหนมาเพราะงานเขาฉลองยอดขายสูงมาก เราควรจะขายดีไหม (หัวเราะ) เอาไงกันดี ทำไมขายดีขนาดนี้ คือวันนั้นในงานเราก็ยังนั่งคิดกันอยู่เลย แต่พอวันนี้เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นเราเองก็ตกใจ เพราะเราก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรมาก่อน และอย่างที่บอกหน้าที่ของเราในงานเราก็แค่เป็นพิธีกรปกติ ช่วยเชิญแขก เชิญคนรับรางวัลแค่นั้นเอง”

ณ ตอนนี้เราได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือยัง ?

“ไม่เห็นเลย ไม่มีค่ะ ไม่มี แต่ส่วนตัวที่คิดนะ คิดว่าถ้าหากไม่เกี่ยวกับการรีวิวเขาก็คงไม่มาสอบถามหรอก และก็บอกตรงนี้เลยว่าไม่ได้มีหุ้น ไม่มีหุ้นส่วนอะไรกับเขาเลย แต่ถ้าหากมีการเรียกตัวมาก็ยินดีไปค่ะ เพราะถ้าไม่เดี๋ยวเขาจะมาจับเราถึงบ้าน

หลังจากนี้ถ้ามีงานพิธีกรแบบนี้ติดต่อมาอีกเราจะพิจารณามากขึ้นไหม ?

“ต้องถามค่ะ ถามเลยว่ามี อย. หรือเปล่า แต่ถ้าเขาบอกมี แล้วเกิดเป็น อย. ปลอมขึ้นมาเราจะทำยังไงดีล่ะ ใช้ชีวิตลำบากนะคะ แต่เราก็คงต้องให้ผู้จัดการถามมากขึ้น ซึ่งเอาจริงๆ เรื่องพวกนี้มันก็ตรวจสอบยากนะ เพียงแต่ว่าถ้าหากเป็นงานรีวิวเราก็ต้องใส่ใจรายละเอียดเป็นหลัก เนื่องจากของอะไรก็ตามที่เราจะพูดหรือแนะนำใช้ เราต้องกินจริงใช้จริงเราถึงพูดได้ แต่ถ้าหากเป็นพวกครีมเน้นสรรพคุณผอมขาว ปกติเราก็ไม่ได้อินหรอก เพราะเราเป็นแนวสุขภาพของเรามาตั้งแต่แรกแล้ว”

อย่างข่าวที่ออกมาถึงขั้นว่าเราอาจจะมีส่วนร่วมด้วย อันนี้เรากังวลไหม ?

“คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะคุณ เพราะเราก็เห็นแล้วนะว่ามีรีวิวใครบ้าง แต่อย่างที่บอกเราก็ไม่ได้ไปรีวิวอะไร หรือไปมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขา แค่ถ้าหากมีการเรียกจากเจ้าหน้าที่เข้ามา เราก็ยินดีให้ความร่วมมือ ไม่ได้ลำบากใจอะไร”

ปกติแล้วมีแบรนด์ต่างๆ เคยติดต่อให้เรารีวิวหรือถือผลิตภัณฑ์บ้างหรือเปล่า ?

“โอ้โหคุณ ปกติเวลาเขาทำโปรโมทหรือทำมาร์เก็ตติ้งอะไรเขากว้านอยู่แล้วแหละ ถ้าใครมีชื่อเสียงหรือมียอดติดตามเยอะๆ แต่ส่วนตัวเราเราดูไงว่าเราอินกับเขาหรือเปล่า เราชอบไหม เราใช้ไหม มันได้ผลจริงไหม ซึ่งส่วนใหญ่เลย อันนี้พูดจริงๆ นะถ้าหากเราชอบหรือเราใช้ เราจะโทรหาเขาเองเลย โทรไปบอกเลยว่า “ดิฉันชอบแบรนด์ของคุณนะคะ คุณจะมาลงโฆษณาดิฉันไหมคะ” อันนี้พูดจริง ง่ายๆ เลยอย่างเราทำหนังสือเกี่ยวกับอาหาร เราก็จะโทรหาเจ้าของแบรนด์เลยว่า อุปกรณ์นี้เราใช้นะ เราชอบมาก เขาอยากสนับสนุนไหมเพราะเราใช้จริงๆ คือไม่ต้องรอติดต่อดิฉันค่ะ เดี๋ยวดิฉันติดต่อคุณเอง เพราะฉันใช้จริงๆ”

แสดงว่าเรามีการสกรีนตลอดเวลาจะรับงานอะไรก็แล้วแต่ ?

“สกรีนสิ เพราะคนดูเราเยอะและเชื่อถือเรา ดังนั้นการที่เราจะพูดหรือจะอะไรต่างๆ เราต้องคิดเยอะมาก และอะไรที่มันเกินจริงหรืออะไรที่มันไม่ใช่ เราก็จะไม่พูดเลย”

ส่วนตัวเราเองมีวิธีตรวจสอบเบื้องต้นไหมเวลารับงาน ?

“อย่างที่บอกค่ะเราดูที่ตัวเราเองก่อน เราใช้จริงไหม ชอบจริงไหม กินจริงไหม และถ้าหากเราใช้แล้วผลลัพธ์มันเป็นยังไง คือทุกอย่างที่เราพูดเราใช้หมด เพราะเราเองก็ไม่ได้อยากผิดศีล ฉะนั้นเราต้องกินจริงใช้จริงเราถึงจะกล้าพูดและกล้ารับประกัน”

ต้องตรวจสอบไปถึง อย. เลยไหมหลังจากนี้ ?

“อย่างที่บอกไงถ้าหากเขาบอกว่าเขามี แต่สุดท้ายกลายเป็นว่ามันคือ อย. ปลอม คือคุณคะ เราจะตรวจเช็คเลข 13 หลัก ได้อย่างไร มีที่ตรวจสอบหรือเปล่า”

ทุกวันนี้มีเว็บไซต์ที่เราสามารถเข้าไปตรวจสอบได้แล้ว ว่าเลขตรงหรือเปล่า ?

“เข้าเว็บ อย. แล้วเอาเลขตรวจสอบว่าเขาทำกิจการนี้จริงหรือไม่อย่างนี้เหรอ โครตอยู่อยากเลยนะ”

หลังจากนี้เราจะรับงานพิธีกรลักษณะนี้อีกไหม ต้องตรวจสอบมากขึ้นหรือเปล่า ?

“ต้องตรวจสอบสิ ต้องตรวจแล้วแหละ แต่ถ้าดูที่สคริปต์บอกตรงๆ ว่าสคริปต์มันไม่ได้มีอะไรมากเลยนะ นอกจากเชิญผู้บริหาร เชิญตัวแทนรับรางวัล คือมันเป็นเรื่องปกติมาก แต่ก็ดีนะที่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะมันทำให้เราได้เห็นอะไรกว้างขึ้นค่ะ”

 

%d bloggers like this: