Pattaya One News
Home » เลือกตั้งนี้ ‘ดุเดือด’ !! ‘เพื่อไทย’ นอนมา กวาดเรียบ! – ‘นายกฯคนนอก’ อาจมีครวญ โนช่องเสียบ
PattayaOne New th ข่าวในประเทศ

เลือกตั้งนี้ ‘ดุเดือด’ !! ‘เพื่อไทย’ นอนมา กวาดเรียบ! – ‘นายกฯคนนอก’ อาจมีครวญ โนช่องเสียบ

เลือกตั้งนี้ ‘ดุเดือด’ !! ‘เพื่อไทย’ นอนมา กวาดเรียบ! – ‘นายกฯคนนอก’ อาจมีครวญ โนช่องเสียบ

วันที่ 12 พ.ค. นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงการเลือกตั้งปี 2562 ที่จะมาถึงว่า จะเป็นการต่อสู้ของ 2 พรรคใหญ่ คือพรรคทหารกับพรรคเพื่อไทย โดยจะแตกต่างจากการต่อสู้การเมืองในอดีต เพราะจะเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคการเมืองและเครือข่าย คือพรรคการเมืองที่ประกาศชัดเจนว่า สนับสนุนทหาร และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี กับอีกหลายพรรคการเมืองที่ประกาศไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งจะเป็นพรรคเครือข่ายพรรคเพื่อไทย ดังนั้นครั้งนี้เป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่ดุเดือดที่สุด เงินอาจจะสะพัดเป็นแสนล้านบาท

โดยมองจากฝ่าย นายทักษิณ ชินวัตร หรือพรรคเพื่อไทย สงครามครั้งนี้จะเป็นสงครามครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ทุ่มเต็มที่อาจจะไม่มีโอกาสกลับเข้ามาอีกถ้าแพ้พรรคทหาร ส่วนพรรคทหารมีเป้าหมายคือ ให้พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็จะต้องทุ่มเททุกวิถีทาง ด้านพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้จะเป็นตัวรอง แต่จะเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด หากเข้าร่วมกับพรรคใดพรรคนั้นก็จะมีโอกาสเป็นรัฐบาล

“ในการเลือกตั้งปี 2554 พรรคเพื่อไทยเคยได้คะแนนส.ส.สัดส่วนทั้งประเทศ เกือบร้อยละ50 ดังนั้นการเลือกตั้งในปี 2562 พรรคเพื่อไทยจะต้องพยายามรักษาเป้าของตนไว้ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ จะมีการนับคะแนนเสียงของคะแนนส.ส.เขตแพ้ แต่คะแนนไม่หายไป แม้จะเกิดพรรคเล็กพรรค หรือแรงกดดันจากพรรคทหาร หรือมีพลังดูดพรรคทหาร ซึ่งจะส่งผลให้คะแนนสัดส่วนพรรคเพื่อไทยลดน้อยลง

แต่อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยจะต้องเร่งในการให้ได้คะแนนส.ส.สัดส่วนให้ได้เกือบร้อยละ50 เท่าเดิม ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยก็จะใช้กลยุทธ์ทุ่มเต็มที่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่หลัก เช่น ภาคใต้เกือบ 50 เขตเลือกตั้ง ที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ทุ่มเทจริงจริงจัง เพราะถ้าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในอดีตทุ่มเทแค่ไหนทุ่มไปก็ไม่ชนะพรรคประชาธิปัตย์ หากพรรคเพื่อไทยได้สัดส่วนส.ส.ร้อยละ48 แสดงว่าจำนวนส.ส.ทั้งสภาจะเกือบ 250 คน นั่นคือเป้าหมายที่พรรคเพื่อไทยต้องทำ” นพ.ระวี กล่าว

น.พ.ระวี กล่าวต่อว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยสามารถทำจำนวนส.ส.สัดส่วน และส.ส.เขตได้มากกว่า 230 เสียง เมื่อไปรวมกับพรรคเครือข่ายของพรรคเพื่อไทย จะทำให้พรรคเพื่อไทย และเครือข่ายได้ส.ส.มากกว่า 250 คน โอกาสที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกจะปิดประตูตาย เพราะจะต้องได้รับเสียงโหวตจากส.ส. และส.ว. รวมกันต้องได้ 500 เสียงขึ้นไป ดังนั้นตัวเลข 230 เสียงของพรรคเพื่อไทยจะเป็นตัวชี้ให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีคนในเท่านั้น คาดการณ์ได้เลยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนในแน่นอน แต่ถ้าพรรคเพื่อไทย และพรรคเครือข่ายรวมกันได้คะแนนมากกว่า 300 เสียง ผลคือโอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์จะใช้เสียงของส.ว.มาบีบเพื่อที่จะไม่ให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นไปได้ยาก ไม่มีความชอบธรรม ดังนั้นถ้าได้ครบมากกว่า 300 เสียง จะส่งผลให้พรรคที่รอเสียบทั้งหลายมารวมกับพรรคเพื่อไทย โอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายก เป็นไปได้ยาก

เมื่อถามถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่จะตั้งพรรคกปปส. ขึ้นมาลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้นั้น นพ.ระวี กล่าวว่า ก็จะเกิดการแย่งคะแนนจากพรรคประชาธิปัตย์ทั้งประเทศ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์อาจจะได้คะแนนเสียงต่ำกว่าร้อย แต่หลังการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นตัวแปรหลักในการจัดตั้งรัฐบาล คือหากพรรคประชาธิปัตย์เลือกอยู่ข้างพรรคใด พรรคนั้นก็มีโอกาสเป็นรัฐบาล เช่น ไปรวมพรรคทหาร หรือพรรคเครือข่ายทหาร พล.อ.ประยุทธ์ก็จะสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่ขณะเดียวกันหากพรรคประชาธิปัตย์เลือกไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย และเครือข่าย คาดว่าคะแนนเสียงอาจจะได้เกิน 300 ถึง 350 เสียง แม้พล.อ.ประยุทธ์จะมีส.ว.250 เสียง และส.ส.150 เสียง รวมกันเกินครึ่งหนึ่งของสภา

แต่ความชอบธรรมสำหรับที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นไปได้ยาก ดังนั้นถ้าพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย โอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างสูง ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้พรรคเพื่อไทยจะยินยอมให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดพรรคทหารก่อน ปล่อยให้ปชป.เป็นนายกฯ โดยพรรคเพื่อไทยก็จะร่วมรัฐบาลไปก่อน อนาคตเพื่อไทยก็สามารถแก้ปัญหาได้ไม่ยาก ดังนั้นตัวแปรหลักจะมีส่วนสำคัญอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ด้วย


%d bloggers like this: