Pattaya One News
Home » เคนพอร์ช พูดหมดเปลือก ขอโทษ ญาญ่า ที่ไม่ยอมเคลียร์
PattayaOne New th ข่าวในประเทศ

เคนพอร์ช พูดหมดเปลือก ขอโทษ ญาญ่า ที่ไม่ยอมเคลียร์


เคนพอร์ช พูดหมดเปลือก ขอโทษ ญาญ่า ที่ไม่ยอมเคลียร์

จากกรณีกระแสดราม่า “พอร์ช สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์” หรือ เคนพอร์ช” นักกีฬาฟันดาบสากลทีมชาติไทย มีข่าวลือหึ่งว่าเป็นมือที่ 3 ทำให้คู่จิ้นอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” เลิกรากับนางเอกสาว“ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” จนทำให้ฝ่ายหญิงออกมาตอกกลับว่า น่ารำคาญ ที่ไม่เคลียร์ไม่ตอบ ขณะที่หนุ่มเคนพอร์ชถูกแฟนคลับรุมถล่มในอินสตาแกรมยับ

ล่าสุดรายการโหนกระแสวันที่ 3 เมษายน ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.20 น. ทางช่อง 28 ได้เชิญเจ้าตัวมาสัมภาษณ์ พร้อมเคลียร์คำถามคาใจว่า เป็นใคร มาจากไหน และตกเป็นข่าวอื้อฉาวได้อย่างไร ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ออกมาเคลียร์

เคนพอร์ช คืออะไร เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ ?
“ความจริงผมชื่อเคนเฉยๆ ครับ ชื่อพอร์ชมาจากวันแรกที่ผมไปเดินแบบ มีคนชื่อเคนซ้ำกัน 5 คน ช่วงนั้นผมตัวใหญ่กว่านี้เยอะมาก คนเลยทักว่าเหมือน คุณพอร์ช ศรัณย์ หรือเปล่าก็ไม่รู้ เขาเลยบอกว่าชื่อพอร์ชละกันเพราะเรียกง่ายดี วันหลังมาเดินแบบก็ให้ใช้ชื่อนี้นะเขาเรียกพอร์ชเฉยๆ แต่ประเด็นคือพอมีงานที่เรียกพอร์ชมาแต่เพื่อนก็รู้จักในนามเคนพอร์ช ก็เลยไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยต้องมาเป็นแบบนี้”

คุณเป็นไฮโซหรือเปล่า ?
“ไม่ใช่ครับ ผมเป็นคนธรรมดานี่แหละครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าคำว่าไฮโซมาจากไหน ผมเป็นคนธรรมดา”

แต่คุณก็เป็นถึงนักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย ?
“ใช่ครับ ที่ใส่หน้ากากสีขาว จริงๆ ผมเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มจากว่ายน้ำก่อนช่วงอนุบาล 2 แล้วพอเริ่มว่ายน้ำเป็นก็ไต่เต้าไปเรื่อยๆ เป็นระดับเยาวชน แต่ตัวความที่เราตัวเล็กก็เลยเปลี่ยนไปเล่น เทนนิส กอล์ฟ โปโลน้ำ แต่ท้ายที่สุดมาจบที่กีฬาฟันดาบ เพราะพ่อแม่ผมไปรีเสิร์จมาว่ากีฬาชนิดนี้อาจจะมาในอนาคต และคนที่เล่นในประเทศไทยไม่ได้เยอะมาก เป็นตลาดที่กำลังจะเกิดใหม่ในช่วงนั้น”

เราเข้ามาเป็นนักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทยได้อย่างไร ?
“ตอนนั้นเขาจะจัดหาคน 10 คนที่มีคะแนนดีที่สุด เก่งที่สุดของประเทศ ใช้เวลา 3 เดือนในการคัด 10 คน ให้เข้ามาแข่งกันทุกวัน และหาคนที่เก่งที่สุด 4 คนสุดท้ายของประเทศ จกานั้น 4 คนนี้จะได้เป็นทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งตัวผมเองเคยได้เหรียญทองแดงซีเกมส์ที่อินโดนีเซีย และก็ชิงแชมป์ของประเทศไทยได้เหรียญทอง”

>>> ญาญ่า อุรัสยา อึดอัดใจ ทำไม เคนพอร์ช ถึงไม่ชี้แจงความจริง

เรารู้จัก ญาญ่า อุรัสยา หรือเปล่า ?
“รู้จักครับ รู้จักผ่านสื่อนี่แหละครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นแฟนคลับเขา แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว”

เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ มันมีที่มายังไง?
“มันก็เกิดขึ้นจากในทวิตผมนี่แหละครับ ที่มีการโพสต์ คือผมก็ไม่ใช่คนมีชื่อเสียงขนาดนั้น เป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป และวันนั้นผมก็โพสต์ว่า ณเดชน์ ญาญ่าเลิกกันแล้วหรือยัง ถ้าเลิกผมจะขอดูแลญาญ่าเองนะครับ ผมก็โพสต์แบบนี้ เป็นการโพสต์ล้อเล่น เราไม่ได้คิดอะไรมาก”

ตอนนั้นมีข่าวออกมาเหรอ ?
“ตอนนั้นที่โพสต์ไม่ได้มีข่าวด้วยครับ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันถึงได้โพสต์ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

คุณรู้มาก่อนว่าเขาระหองระแหงกัน ?
“เหมือนเคยได้ยินแต่นานมากแล้ว แต่ก็ด้วยอะไรสักอย่าง วันนั้นผมถึงพิมพ์ขึ้นมา”

หลังจากนั้น เรารู้ไหมว่าสิ่งที่เราโพสต์เป็นข่าวได้ยังไงเพราะมีคนตามทวิตเตอร์คุณแค่พันกว่าคน ?
“ใช่ครับ ข้อความนั้นคนทวิตต่อไม่มี มีคนไลค์ 2 คน ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน อีกวันหนึ่งที่ผมตื่นมาตอนเช้ามันขึ้นมาอยู่บนข่าว เพื่อนผมส่งมาว่าเกิดอะไรขึ้น ไปทำอะไรมา ข่าวก็บอกว่าเป็นมือที่สาม ณเดชน์ ญาญ่า มีรูปผมแปะอยู่ตรงกลาง ตอนแรกผมงง ตกใจมาก”

จากนั้นก็กระแสข่าวตามมา บอกว่าคุณไปนั่งเฝ้าญาญ่าที่กองถ่ายโฆษณา เป็นเรื่องจริงไหม ?
“ไม่จริงครับ ไม่เคยไปครับ งงครับ ผมไม่รู้ว่าเรื่องมันโยงประเด็นจนกลายเป็นเรื่องราวเรื่องใหญ่โตมาแบบนี้ได้ยังไง ผมงงครับ”

มีแฟนคลับของญาญ่าไปต่อว่าคุณเยอะมาก ?
“ใช่ครับ โหย เข้ามาอินบ็อกในอินสตาแกรม เข้ามาเมนต์ในอินสตาแกรม บางคนก็ลงรูปแล้วแท็กมา ว่าผม ว่าบุพากรีผมบ้าง หลายสิ่งหลายอย่าง”

สุดท้ายคุณก็เลยออกมาโพสต์ว่าให้ใจเย็นๆ ?
“ใช่ ผมทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ ก็แค่ใจเย็นๆ กันก่อน อย่าเพิ่งมาด่าว่าผมเลย”

เพราะความคะนองทำให้มีเรื่องนี้เกิดขึ้น?
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อยากให้ดูที่เจตนาดีกว่า เจตนาจริงๆ ผมเชื่อว่าในประเทศนี้คนที่รู้จักญาญ่า 10 ล้านคน คนทั่วโลก ก็อาจจะโพสต์คล้ายๆ กับสิ่งที่ผมเขียน แต่บังเอิญที่โพสต์ของผมมันเป็นข่าวขึ้นมา ผมอยากให้มองที่เจตนาของผมดีกว่า ผมไม่ได้มีเจตนาคิดร้าย หรืออยากให้เกิดเรื่องแบบนี้”

คุณปิดอินสตาแกรมหนีทำไม ?
“ผมไม่ได้ปิดอินสตาแกรมนะ แต่ผมเปลี่ยนเป็นส่วนตัว เหมือนตั้งสติตัวเองก่อน เพราะมีคนเข้ามาแสดงความเห็นต่างๆ นานาเยอะแยะมากมาย ผมอยากให้เวลาตัวเองในการเป็นส่วนตัวนิดหนึ่ง เพราะบางคนก็ให้ความคิดเห็นที่ไม่โอเคสักเท่าไหร่ด้วย”

เราอยากเกาะกระแสเขาหรือเปล่า ?
“ไม่เกาะครับ ไม่รู้ว่าจะเกาะกระแสทำไม”

คุณดูอึดอัดกับเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ทำลายชีวิตคุณไหม ?
“ผมไม่คิดแบบนั้นนะ แต่เป็นเรื่องที่ทำให้ผมปวดหัวนิดหน่อย ผมเป็นห่วงความรู้สึกครอบครัวผมมากกว่า เขาไม่ได้เกี่ยวข้อง คนรอบข้างผมเขาเป็นห่วง หลายๆ อย่าง แต่คงไม่ใช่สิ่งที่ทำลายชีวิตผม ห่วงความรู้สึกคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องมานั่งอ่านอะไรแบบนี้ อย่างแม่ผมท่านก็บอกว่า ทำไมผมทำอย่างนั้น เขาก็เชื่อว่าผมเป็นมือที่สามเขาจริงๆ แม่บอกทำไมทำตัวแบบนั้นทำตัวไม่ดีเลย”

ญาญ่าบอกว่าแอบเบื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะคุณไม่มีการออกมาพูดตั้งแต่แรก ?
“คือในตอนที่เขาติดต่อมา งานวันที่ 1 เมษายน เขาไม่ได้บอกผมว่าจะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องคุณญาญ่า ผมตกลงจะให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เฉพาะวันที่ 4 เมษายน เท่านั้น ผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นอยู่แล้ว”

คือคุณไปรับปากงานวันที่ 4 เมษายน ?
“ครับ ผมก็กลัวเสียผู้ใหญ่ กลัวเสียงาน ผมรับปากไปแล้วด้วย ผมก็ต้องทำให้ได้”

คุณรับปากจะพูดวันที่ 4 เมษายน ไม่ช้าไปเหรอ เพราะญาญ่าเขาออกมาพูดนานแล้ว ?
“ผมก็คิดเหมือนกันว่ามันจะช้าไปหรือเปล่า ก็ต้องขอโทษด้วย ที่ผมทำให้ทุกอย่างมันล่าช้า ต้องโทษที่ตัวผม ที่ทำให้ทุกอย่างมันช้าเอง”
แล้ววันนี้เป็นวันที่ 
3 ยังไม่ถึงวันที่ 4 ทำไมออกมาพูดก่อน ?
“ผมรู้สึกว่าที่นี่ ที่ช่อง 3 เป็นบ้านคุณญาญ่า ผมแสดงความบริสุทธิ์ใจ เจตนาของผมเพื่อมาขอโทษจริงๆ มาขอโทษถึงบ้าน มาที่นี่เหมาะสมที่สุดแล้ว”

คุณอยากบอกอะไรญาญ่า?
“ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่คิดว่าการมโนของผม หรือการโพสต์เล่นๆ ขำๆ ของผมจะไปทำให้ทางคุณญาญ่ามีปัญหา หรือเสียหายอะไร ผมไม่มีเจตนาอย่างนั้นจริงๆ ก็ฝากเตือนคนอื่นด้วย ให้ผมเป็นอุทาหรณ์ล่ะกัน เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะตามมา ตัวผมเองก็เก็บไว้เป็นบทเรียนแล้วกันครับ”

ในมุมสื่อที่มองมุมลบคุณจะบอกเขายังไง รวมถึงแฟนคลับคุณญาญ่า?
“อย่างแรก ขอบคุณสื่อแล้วกันครับ ที่อุตส่าห์ให้ความใส่ใจในตัวผม ไม่ว่าประเด็นไหนก็ตาม เรื่องที่ผมออกมาให้สัมภาษณ์ช้า อาจมีเหตุผลบางประการที่ทำให้ไม่ถูกใจ ก็ต้องขอโทษพี่ๆ ทุกคนด้วย รวมถึงแฟนคลับ ก็ไม่ได้มีเจตนาอะไรร้ายแรง ที่จะให้เกิดเป็นเรื่องแบบนี้ ก็ต้องขอโทษทุกคนด้วยครับ ผมเข็ดแล้วครับ”

 

%d bloggers like this: