Pattaya One News
Home » รวบแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ เหยื่อสะบัดหลุดหนีกลางปั๊มหวุดหวิด ค้นเจอทั้งยาเสพติด เงินปลอม!
PattayaOne New th ข่าวในประเทศ

รวบแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ เหยื่อสะบัดหลุดหนีกลางปั๊มหวุดหวิด ค้นเจอทั้งยาเสพติด เงินปลอม!

รวบแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ เหยื่อสะบัดหลุดหนีกลางปั๊มหวุดหวิด ค้นเจอทั้งยาเสพติด เงินปลอม!

วันที่ 19 มี.ค. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป.พ.ต.อ.บุญลือผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ พ.ต.ท.มนต์ชัย วงษ์ชาตรี รอง ผกก.2 บก.ป.พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร ,พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมกำลังเข้าจับกุมตัว นายกำปั่น ทอนเกาะ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่333 หมู่ที่ 1 ต.บรบือ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม นายกฤษฎา หรือต้อม ประวิเศษ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/6 ซ.ราชพฤกษ์ 19 แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ ผู้ถูกจันายสมชาย หรือปิ๊ก มีสัตย์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่24 หมู่ที่ 12 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ

ข้อหา“ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ,ร่วมกันมี (ธนบัตรรัฐบาลไทย) ไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งสิ่งใดๆ อันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอม และร่วมกันมีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พ.ต.อ.อรุณ เปิดเผยว่า ก่อนการจับกุม ได้รับการประสานจากตำรวจ สภ.วังน้อย ให้ร่วมสืบสวนจับกุมกลุ่มคนร้าย สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ได้มีกลุ่มคนร้าย จำนวน 4 คน ร่วมกันจับตัวผู้เสียหายไป 2 คนและได้ร่วมกันเรียกเงินเพื่อเป็นค่าไถ่ แต่ผู้เสียหายทั้ง 2 คน สามารถหลบหนีมาได้ และได้มาแจ้งความที่ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จากการสืบสวนทราบว่า หนึ่งในกลุ่มคนร้าย ใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา ติดแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน ทล 7785 กรุงเทพ เป็นยานพาหนะ และหลบหนีไปอยู่ที่ร่วมกมลอพาร์ตเมนท์ ซอยลาดปลาเค้า 53 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ จึงได้เดินทางไปที่อพาร์ตเมนท์ดังกล่าว เมื่อไปถึงพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวกำลังออกจากอพาร์ตเมนต์

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ขับรถติดตามไปในทันทีทันใด จนสามารถติดตามได้ทันที่บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านเอื้ออาทร มิตซู ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น พบ ไอซ์ ตามของกลางรายการที่ 1 น้ำหนักประมาณ 0.35 กรัม อยู่ในกระเป๋าเงินของผู้ถูกจับที่ 3 ,พบธนบัตรรัฐบาลไทยปลอม ฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 50 ฉบับ อยู่ในช่องเก็บของด้านหน้าข้างซ้ายภายในรถ ,พบวิทยุสื่อสาร ตามของกลางรายการที่ 7 อยู่ในรถยนต์ของกลาง

นอกจากนี้นายกำปั่น ยังให้การรับว่า ยังมียาเสพติดและธนบัตรรัฐบาลไทยปลอม ซุกซ่อนอยู่ที่ห้องพักเลขที่ 16/13033 ตึก 130 หมู่บ้านเอื้ออาทร มิตซู ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นห้องพักของนายกำปั่นฯ พบยาบ้า จำนวน 2 เม็ด ,ไอซ์ น้ำหนักประมาณ 0.4 กรัม และธนบัตรรัฐบาลไทยปลอม จำนวน 560 ฉบับ จึงแจ้งให้ทราบว่าจะต้องถูกจับกุมในข้อหาดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพ โดยนายกำปั่นเป็นผู้ชักชวนให้มาร่วมกันอุ้มผู้เสียหาย เพื่อเรียกค่าไถ่ โดย เมื่อนัดหมายกับผู้เสียหายเพื่อติดต่อซื้อขายที่ดินกันที่จังหวัดชลบุรี โดยนายกำปั่นได้มีการเช่าบ้านไว้ก่อนในอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรีเพื่อทำทีเป็นสำนักงานหลอกให้ผู้เสียหายมาติดต่อซื้อขายที่ดิน จากนั้นนายกำปั่นและพวกได้รวมตัวกันเดินทางมาโดยรถแท็กซี่เมื่อมาถึงบ้านที่ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี นายกำปั่นฯ สั่งให้ทั้งหมดใส่หน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้า โดยกฤษฎา หรือต้อม ประวิเศษ รออยู่บริเวณชั้น 1 ถ้าผู้เสียหายมาแล้วมีคนขับรถมาด้วยให้จับตัวคนขับรถของผู้เสียหายไว้ด้วย

ทราบอีกด้วยว่า แผนทั้งหมดมี น.ส.จิตรัตดา เห็มสีดา ทำหน้าที่เป็นนกต่อคอยโทรศัพท์นัดแนะเจรจาต่อรองเรื่องซื้อขายที่ดินกับผู้เสียหายทางโทรศัพท์ นายสมชาย หรือปิ๊ก มีสัตย์ ทำหน้าที่เจรจาต่อรองเรื่องเงินค่าไถ่และควบคุมผู้เสียหายร่วมกันกับนายกำปั่น โดยเมื่อตกลงตามแผนแล้วผู้เสียหายหลงเชื่อเดินทางมาถึงบ้านหลังดังกล่าว จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาพาผู้เสียหายทั้ง 2 ขึ้นรถเก๋งบีเอ็มดับเบิ้ลยูของผู้เสียหายที่ 1 โดยให้ผู้เสียหายที่ 1 เบิกเงินจากตู้เอทีเอ็มจำนวน 1 แสนบาท และทรัพย์สินมีค่าอื่นของผู้เสียหายทั้ง 2 ไปด้วย อาทิ แหวนทอง สร้อยคอทองคำ โทรศัพท์มือถือ หลังจากที่กดเงินเสร็จแล้วผู้ต้องหาได้พาผู้เสียหายขับรถไปทางวังน้อยเมื่อถึงบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ผู้เสียหายได้ขอเข้าห้องน้ำกลุ่มผู้ต้องหาจึงจอดแวะพัก

โดยนายกำปั่นฯ พาผู้เสียหายที่ 1 ไปเข้าห้องน้ำ และในขณะที่ผู้เสียหายที่ 1 และนายกำปั่นกำลังเดินกลับมาที่รถยนต์ ผู้เสียหายที่ 2 สบโอกาสเปิดประตูวิ่งหลบหนีออกไปได้ ผู้เสียหายที่ 1 จึงสะบัดนายกำปั่นและวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ซึ่งไปพบนายกฤษฎาฯ พยายามจะจับตัวผู้เสียหายที่ 1 ไว้แต่ไม่สำเร็จ ผู้เสียหายที่ 1 จึงร้องให้คนช่วย เมื่อเห็นดังนั้นกลุ่มผู้ต้องหาจึงขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูของผู้เสียหายหลบหนีไปและจอดทิ้งไว้ห่างขจากปั๊มน้ำมันดังกล่าวราว 1-2 กิโลเมตร หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย จนเป็นที่มาของการจับกุมดังกล่าวข้างต้น


%d bloggers like this: